Browse By

โรมาโน่ เล่าเบื้องหลัง “แมนยู” ชวดได้ “ทูเคิล” คุมทัพ

โรมาโน่ เล่าเบื้องหลัง “แมนยู” ชวดได้ “ทูเคิล” คุมทัพ ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ ข่าวลือไม่ใช่แค่กระแส แต่บางครั้งมันคือความจริงที่เกือบเกิดขึ้น และครั้งนี้คือหนึ่งในเรื่องราวที่ทำให้แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องย้อนถามตัวเองว่า “ถ้าวันนั้นเลือกอีกทาง วันนี้ทีมจะเป็นอย่างไร” เมื่อ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดัง ออกมาเล่าเบื้องหลังการเจรจาที่ทำให้ยูไนเต็ด “เกือบ” ได้ตัว โธมัส ทูเคิล มานั่งเก้าอี้กุนซือ เรื่องราวที่ซ่อนอยู่หลังฉากจึงถูกเปิดเผยอย่างละเอียด และมันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเจรจาที่ล้มเหลว แต่คือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของสโมสร บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่ต้นเหตุการทาบทาม เงื่อนไขที่ไม่ลงตัว มุมมองของผู้บริหาร ไปจนถึงผลกระทบระยะยาว พร้อมวิเคราะห์เชิงลึกในมิติฟุตบอล และเชื่อมโยงภาพรวมการแข่งขันที่แฟนบอลติดตามผ่านแพลตฟอร์มวิเคราะห์ต่าง ๆ รวมถึง เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“คีน” ย้อนจังหวะทองของ “เซสโก้” ประตูชีวิตปลุกผีแดง

เฮดังสนั่นทั่วโอลด์ แทรฟฟอร์ดในนาทีที่บอลพุ่งเสียบตาข่าย แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแทบลุกขึ้นพร้อมกันทั้งสนาม เมื่อ เบนจามิน เซสโก้ สอดเข้าชาร์จอย่างเฉียบขาด ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้แบบหัวใจแทบวาย เกมที่ดูเหมือนจะหลุดมือ กลับถูกชุบชีวิตด้วยความเฉียบคมของกองหน้าดาวรุ่งที่กำลังถูกจับตามอง และหลังจบเกม หนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการอย่าง รอย คีน ก็ออกมาย้อนจังหวะดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมชี้ว่า “นี่แหละคือสัญชาตญาณของหมายเลข 9 ตัวจริง” บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่ภาพรวมเกม จังหวะประตูสำคัญ มุมมองเชิงแท็กติก คำวิจารณ์ของคีน ไปจนถึงผลกระทบต่อเส้นทางลุ้นอันดับของผีแดงในฤดูกาลนี้ พร้อมเชื่อมโยงภาพรวมวิเคราะห์เกมที่แฟนบอลติดตามกันอย่างเข้มข้น รวมถึงบนแพลตฟอร์มอย่าง เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เกาะติดทุกแมตช์สำคัญของพรีเมียร์ลีก ก่อนเกมนี้ แมนเชสเตอร์

แข้งแมนยูช็อกคำพูด “เซอร์ จิม” ปมการเมืองร้อนสะเทือนแคมป์ผีแดง

แข้งแมนยูช็อกคำพูด “เซอร์ จิม” ปมการเมืองร้อนสะเทือนแคมป์ผีแดง ในห้วงเวลาที่วงการฟุตบอลอังกฤษกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วย ประเด็นร้อนนอกสนามกลับกลายเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนแคมป์ “ปีศาจแดง” อย่างไม่คาดคิด เมื่อคำพูดของ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกตีความเชื่อมโยงกับประเด็นผู้อพยพในสหราชอาณาจักร จนกลายเป็นกระแสถกเถียงในสังคมอังกฤษ และส่งแรงสะเทือนมาถึงห้องแต่งตัวของทีมโดยตรง แม้สโมสรจะพยายามโฟกัสไปที่ผลงานในสนาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความรู้สึกหลากหลายให้กับนักเตะ โดยเฉพาะกลุ่มแข้งต่างชาติที่เติบโตหรือมีรากเหง้าจากครอบครัวผู้อพยพ บรรยากาศที่เคยเน้นเรื่องแท็กติก การซ้อม และการฟื้นฟูร่างกาย กลับถูกแทรกด้วยบทสนทนาเรื่องการเมืองและอัตลักษณ์โดยไม่ตั้งใจ บทความนี้จะพาผู้อ่านวิเคราะห์ทั้งมุมกีฬา มุมสังคม และผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเชื่อมโยงภาพรวมการแข่งขันที่กำลังเข้มข้น ซึ่งแฟนบอลจำนวนมากยังคงติดตามความเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์มข่าวกีฬาและการวิเคราะห์ต่าง ๆ รวมถึง เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เกาะติดทุกประเด็นทั้งในและนอกสนามอย่างใกล้ชิด คำพูดที่จุดชนวน และแรงสะเทือนในห้องแต่งตัว ประเด็นเริ่มต้นจากบทสัมภาษณ์

กุนซือ เบรนท์ฟอร์ด สาดวาทะเด็ด หลังไล่เจ๊าอาร์เซน่อล

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทำให้แฟนบอลทั้งสนามต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย เมื่อ อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด ทั้งที่เป็นฝ่ายคุมเกมได้เหนือกว่าเกือบตลอด 90 นาที แต่สิ่งที่กลายเป็นกระแสหลังจบเกม ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน หากเป็น “วาทะเด็ด” ของกุนซือเบรนท์ฟอร์ด ที่ออกมาให้สัมภาษณ์แบบเผ็ดร้อน จนถูกยกให้เป็นคำพูดสุดแสบประจำสัปดาห์ เกมที่อาร์เซน่อลคิดว่าจะปิดได้…แต่ปิดไม่ลง ก่อนพูดถึงคำสัมภาษณ์ เราต้องย้อนดูภาพรวมของเกม อาร์เซน่อลครองบอลมากกว่า สร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง และดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ทว่าในช่วงเวลาสำคัญ พวกเขาไม่สามารถทำประตูที่สองเพื่อปิดเกม เบรนท์ฟอร์ด อาศัยความมีวินัยและจังหวะสวนกลับที่เฉียบคม ไล่ตีเสมอได้สำเร็จ และทำให้บรรยากาศในสนามพลิกทันที วาทะเด็ดที่ทำให้ทั้งห้องแถลงข่าวเงียบกริบ หลังจบเกม โธมัส แฟรงค์ ให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า “ผมคิดว่าเราไม่ได้มาเพื่อขอแต้ม เรามาเพื่อพิสูจน์ว่าเราเล่นกับทีมลุ้นแชมป์ได้แบบไม่ต้องกลัว และผมภูมิใจที่เราแสดงให้เห็นว่าเกมรุกของพวกเขาไม่ได้อันตรายอย่างที่ใคร ๆ คิด” ประโยคนี้ถูกตีความว่าเป็นการ “สะกิด” ไปถึงแนวรุกของอาร์เซน่อลโดยตรง เพราะแม้จะครองบอลมาก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นชัยชนะได้ ยังไม่หมดแค่นั้น

อาร์เตต้า ชี้เป้า “ตัวการ” ทำ อาร์เซน่อล สะดุดเจ๊า เบรนท์ฟอร์ด

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนบอล “ปืนใหญ่” ต้องนั่งถอนหายใจ เมื่อ อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด ทั้งที่รูปเกมโดยรวมเหนือกว่าอย่างชัดเจน ผลการแข่งขันดังกล่าวไม่เพียงทำให้พวกเขาพลาดโอกาสเก็บสามแต้มเต็มเท่านั้น แต่ยังเปิดช่องให้คู่แข่งลุ้นแชมป์ทำแต้มไล่จี้เข้ามาอีกครั้ง หลังจบเกม มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใหญ่ของทีมออกมาให้สัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมา พร้อม “ชี้เป้า” ถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ทีมของเขาไม่สามารถคว้าชัยได้ ทั้งที่มีโอกาสหลายครั้งในการปิดเกม ซึ่งคำพูดของเขาสะท้อนทั้งความผิดหวังและความพยายามผลักดันทีมให้ก้าวข้ามข้อผิดพลาดในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล ภาพรวมเกม: ครองบอลเหนือกว่า แต่ปิดสกอร์ไม่เด็ดขาด ตลอด 90 นาที อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจน การต่อบอลจากแดนหลังสู่แดนกลางทำได้ไหลลื่น เกมรุกฝั่งซ้ายและขวาสลับกันโจมตีได้อย่างมีมิติ ทว่า “ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย” กลับเป็นปัญหาใหญ่ เบรนท์ฟอร์ด ภายใต้แผนการเล่นที่รัดกุม เน้นตั้งรับลึกและรอจังหวะสวนกลับ เล่นอย่างมีวินัยสูง พวกเขาปิดพื้นที่ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังได้ดี ทำให้ตัวรุกของอาร์เซน่อลไม่มีช่องยิงแบบชัดเจนมากนัก แม้จะมีจังหวะยิงหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการยิงนอกกรอบหรือมุมแคบ ซึ่งผู้รักษาประตูทีมเยือนสามารถรับมือได้ไม่ยากนัก อาร์เตต้า

ไค ฮาแวร์ตซ์ เดี้ยงซ้ำ! อาร์เซน่อล ปวดหัวเกมรุก

สถานการณ์ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนีของอาร์เซน่อล ได้รับบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ และต้องพักรักษาตัวอีกครั้ง ท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล แม้สโมสรยังไม่ระบุระยะเวลาพักฟื้นอย่างชัดเจน แต่เบื้องต้นคาดว่าอาการบาดเจ็บครั้งนี้จะทำให้เขาพลาดลงสนามหลายนัด ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับทีมที่กำลังลุ้นตำแหน่งสำคัญทั้งในพรีเมียร์ลีกและเวทียุโรป บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลกระทบของอาการบาดเจ็บครั้งนี้ ทั้งในแง่แท็กติก จิตวิทยาทีม โครงสร้างเกมรุก และแนวทางที่อาร์เซน่อลอาจใช้รับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว จุดเริ่มต้นของอาการบาดเจ็บ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเกมลีก เมื่อฮาแวร์ตซ์แสดงท่าทีเจ็บบริเวณต้นขา และต้องถูกเปลี่ยนตัวออกทันที ทีมแพทย์ประเมินเบื้องต้นว่าเป็นอาการกล้ามเนื้อฉีกหรืออักเสบ ซึ่งจำเป็นต้องพักฟื้นเพื่อป้องกันอาการเรื้อรัง แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมระบุว่า นี่ไม่ใช่อาการรุนแรงระดับต้องผ่าตัด แต่เป็นลักษณะบาดเจ็บที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างระมัดระวัง ผลกระทบต่อโครงสร้างเกมรุก อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้ ใช้ฮาแวร์ตซ์ในบทบาทที่หลากหลาย ทั้งกองหน้าตัวเป้าและมิดฟิลด์ตัวรุก การขาดเขาจึงส่งผลต่อสมดุลทีมโดยตรง 1. การเคลื่อนที่แบบไร้บอล จุดเด่นของฮาแวร์ตซ์ไม่ใช่แค่การทำประตู แต่คือการเคลื่อนที่สร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม เขามักถอยต่ำดึงกองหลัง เปิดช่องให้ปีกวิ่งตัดเข้าใน 2. ความสูงและเกมลูกกลางอากาศ ในหลายเกมที่อาร์เซน่อลต้องเจาะแนวรับลึก ลูกครอสจากริมเส้นคืออาวุธสำคัญ ฮาแวร์ตซ์เป็นตัวเลือกหลักในจังหวะลูกกลางอากาศ การไม่มีเขาในช่วงเวลานี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกพ่าย โบโด กลิมท์

ศึกฟุตบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปไปด้วยเรื่องราวที่คาดเดาไม่ได้ ผลการแข่งขันที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แฟนบอลทั่วโลก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพ่ายให้กับ โบโด กลิมท์ ในเวที ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แม้ชื่อชั้น ศักยภาพนักเตะ และประสบการณ์จะเทไปทางแมนซิตี้แบบชัดเจน แต่ผลลัพธ์ในสนามกลับตอกย้ำความจริงของฟุตบอลถ้วยยุโรปว่า “ไม่มีเกมไหนง่าย” โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องออกไปเล่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และเผชิญกับคู่แข่งที่มีแผนการเล่นชัดเจน บรรยากาศก่อนเกม: ทีมเต็งกับภารกิจเก็บสามแต้ม ก่อนเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกยกให้เป็นทีมเต็งอย่างไม่ต้องสงสัย จากผลงานในลีกและเวทียุโรปที่ผ่านมา การมาเยือนสนามของโบโด กลิมท์ ถูกมองว่าเป็นเพียงด่านหนึ่งในเส้นทางลุ้นแชมป์ ขณะที่โบโด กลิมท์ แม้จะเป็นรองในแทบทุกมิติ แต่จุดแข็งของพวกเขาคือการเล่นในบ้าน สภาพอากาศที่แตกต่าง และความคุ้นเคยกับสนาม ซึ่งมักสร้างปัญหาให้ทีมเยือนจากลีกใหญ่เสมอ แรงกดดันจึงอยู่ที่แมนซิตี้อย่างชัดเจน เพราะเกมนี้ถูกคาดหวังให้เป็นชัยชนะ มากกว่าจะเป็นเกมที่ต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย รูปเกมครึ่งแรก: แมนซิตี้ครองบอล แต่ไม่คม เมื่อเกมเริ่มขึ้น รูปเกมเป็นไปตามที่หลายคนคาด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ ใช้การต่อบอลสั้น

เรอัล มาดริด ไล่ถล่ม โมนาโก ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ค่ำคืนแห่งศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลายเป็นเวทีแสดงศักยภาพของทีมที่ถูกขนานนามว่า “ราชันยุโรป” อย่าง เรอัล มาดริด หลังเปิดเกมรุกไล่ถล่ม โมนาโก แบบขาดลอย ในเกมที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างของประสบการณ์ แท็กติก และคุณภาพนักเตะในระดับสูงสุดของฟุตบอลยุโรป แม้โมนาโกจะไม่ใช่ทีมเล็กในเวทียุโรป แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเรอัล มาดริด ในค่ำคืนที่ทุกอย่างลงตัว เกมนี้จึงกลายเป็นบทเรียนราคาแพง และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคำว่า “ฟุตบอลถ้วยยุโรป ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด” บรรยากาศก่อนเกม: ความคาดหวังที่แตกต่าง ก่อนเริ่มเกม หลายฝ่ายมองว่าเรอัล มาดริดคือทีมเต็งจากชื่อชั้น ประสบการณ์ และขุมกำลัง ขณะที่โมนาโกถูกมองว่าเป็นรอง แต่ยังมีจุดแข็งในเรื่องความเร็วและพลังของนักเตะดาวรุ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองคือ วิธีที่เรอัล มาดริดจะจัดการกับคู่แข่งที่เน้นเกมสวนกลับ และโมนาโกจะรับมือกับแรงกดดันในสนามระดับสูงได้ดีแค่ไหน บรรยากาศก่อนเกมเต็มไปด้วยความคาดหวัง เพราะนี่คือเกมที่อาจชี้ชะตาเส้นทางในรอบลึกของรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รูปเกมครึ่งแรก: ราชันคุมทุกจังหวะ ทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น เรอัล มาดริดแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน พวกเขาครองบอลเป็นหลัก

เปิดโปรแกรมฟุตบอลชิงแชมป์ เอเชีย U23 เวทีแจ้งเกิดดาวรุ่ง

เปิดโปรแกรมฟุตบอลชิงแชมป์ เอเชีย U23 ฟุตบอลระดับเยาวชนไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่คือเวทีที่สะท้อน “อนาคตของวงการฟุตบอล” อย่างแท้จริง และหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดของทวีปเอเชีย คือ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รายการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการชิงถ้วยแชมป์ แต่ยังเป็นสนามพิสูจน์ระบบพัฒนาเยาวชนของแต่ละชาติ เป็นจุดแจ้งเกิดของนักเตะดาวรุ่ง และเป็นด่านสำคัญที่หลายทีมใช้เตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ระดับทีมชาติชุดใหญ่ การเปิดโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U23 ในแต่ละครั้ง จึงมาพร้อมกับความคาดหวัง การวิเคราะห์ และคำถามมากมายว่า ชาติใดจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำยุคใหม่ของฟุตบอลเอเชีย ความสำคัญของฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U23 หากมองให้ลึก ฟุตบอล U23 คือรอยต่อสำคัญระหว่างฟุตบอลเยาวชนกับฟุตบอลอาชีพระดับสูง นักเตะในวัยนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ดาวรุ่งที่มีแวว” อีกต่อไป แต่คือผู้เล่นที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของสโมสรและทีมชาติ หลายชาติในเอเชียใช้ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นเวทีคัดกรองนักเตะที่มีศักยภาพ พร้อมสร้างทีมระยะยาว การทำผลงานได้ดีในรายการนี้ มักส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ โปรแกรมการแข่งขันแต่ละนัดจึงไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา แต่คือเกมแห่งการวางรากฐาน โครงสร้างการแข่งขัน: เส้นทางสู่รอบชิงที่ไม่ง่าย ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย

“รูเบน เนเวส” พร้อมโบกมือลาซาอุฯ ซบ “ปีศาจแดง”

กระแสข่าวตลาดนักเตะเริ่มร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อชื่อของ รูเบน เนเวส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ อัล-ฮิลาล ถูกโยงอย่างหนักกับการย้ายกลับสู่เวทียุโรป โดยมีเป้าหมายปลายทางคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ “ปิศาจแดง” แห่งพรีเมียร์ลีก ข่าวนี้ไม่ใช่เพียงกระแสลอย ๆ แต่ถูกมองว่าเป็นความเป็นไปได้เชิงฟุตบอลอย่างแท้จริง เพราะทั้งตัวนักเตะและสโมสรปลายทางต่างมี “เหตุผลร่วมกัน” ที่จะทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นได้ หากจังหวะเวลาและเงื่อนไขลงตัว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะย้ายหรือไม่” แต่คือ “ถ้าย้ายจริง แมนยูจะได้อะไร และเนเวสจะตอบโจทย์แผนสร้างทีมได้มากแค่ไหน” เส้นทางของรูเบน เนเวส: จากยุโรป สู่ซาอุฯ และโอกาสหวนคืน รูเบน เนเวส คือกองกลางที่แฟนบอลยุโรปรู้จักเป็นอย่างดี จากภาพจำของมิดฟิลด์เท้าหนัก ยิงไกลคมกริบ มีวุฒิภาวะเกินวัย และเป็นผู้นำในแดนกลางตั้งแต่อายุยังน้อย การตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับอัล-ฮิลาลในลีกซาอุดีอาระเบีย อาจทำให้หลายคนแปลกใจ แต่ในมุมของนักเตะ นั่นคือโอกาสทั้งด้านการเงิน ประสบการณ์ และบทบาทความเป็นแกนหลักของทีม อย่างไรก็ตาม